วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ไม่ต้องวิ่งก็ได้...เพราะ 9 วิธีออกกำลังกายนี้เบิร์นแคลอรีได้มากกว่า

     ไม่ต้องวิ่งก็ได้...เพราะ 9 วิธีออกกำลังกายนี้เบิร์นแคลอรีได้มากกว่า

1. ท่าเคทเทิลเบลสวิง (Kettlebell Swing)


                                             ออกกำลังกาย 9 วิธีนี้เบิร์นแคลอรี่ได้มากกว่าวิ่ง

                                            ออกกำลังกาย 9 วิธีนี้เบิร์นแคลอรี่ได้มากกว่าวิ่ง
                                           

        ท่านี้เป็นท่าที่จะต้องทำร่วมกับอุปกรณ์ออกกำลังกายอย่างเคทเทิ­­­ลเบล (kettlebells) ซึ่งการออกกำลังกายด้วยท่านี้จะช่วยสร้างเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อบริเวณก้นและต­้นขาได้อีกด้วย
       โดยการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในรัฐวิสคอนซินพบว่า การออกกำลังกายด้วยท่านี้สามารถเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 20.2 แคลอรีต่อนาที และการทำงานของหัวใจจะมากขึ้นถึง 93% เทียบเท่ากับการออกกำลังกายในเวลา 20 นาทีเลยทีเดียว และท่าออกกำลังกายนี้ก็ยังช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายอย่างมีประส­­­ิทธิภาพเลยค่ะ

2. อินดอร์ โรลลิ่ง (Indoor Rowing)


                          ออกกำลังกาย 9 วิธีนี้เบิร์นแคลอรี่ได้มากกว่าวิ่ง

      โรลลิ่ง (Rowing) เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายสร้างขึ้นเลียนแบบการพายเรือ โดยการออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ชนิดนี้สามารถเผาผลาญแคลอรีได้ถึง­­ 12.5 แคลอรีต่อนาที นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายกล้ามเนื้อบริเวณแขน ขา และหลังได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายนอกบ้านแต่อยากได้การออกกำลั­­­งกายที่ได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง


 3. เบอร์พี (Burpee)

                               ออกกำลังกาย 9 วิธีนี้เบิร์นแคลอรี่ได้มากกว่าวิ่ง


     ท่าออกกำลังกายนี้ถือเป็นท่าออกกำลังกายสุดโหดที่สามารถเผาผลาญ­­­แคลอรีได้มาก แถมยังสามารถสร้างความแข็งแกร่งได้อย่างมากเลยค่ะ โดย Jeff Godin นักวิทยาศาสตร์ด้านการออกกำลังกายได้อธิบายว่าการทำท่าเบอร์พีเ­­­พียง 1 ครั้งก็สามารถเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 1.43 แคลอรี่  
    เมื่อเฉลี่ยแล้วโดยปกติคนเราจะสามารถทำท่าได้ 10 ครั้งต่อ 1 นาที ก็เท่ากับว่าในการทำท่าเบอร์พี 1 นาที เราจะสามารถเผาผลาญร่างกายได้ถึง 14.3 แคลอรีต่อนาทีเลยทีเดียว แถมการออกกำลังกายด้วยท่านี้ยังสามารถกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังให­­­้แก่ร่างกายอีกด้วย


4. ปั่นจักรยาน AirDyne Bike Sprints

                                 ออกกำลังกาย 9 วิธีนี้เบิร์นแคลอรี่ได้มากกว่าวิ่ง


        การออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน AirDyne Bike Sprints เป็นการออกกำลังกายด้วยจักรยานที่มีลักษณะแปลกออกไปจากจักรยานอ­­­อกกำลังกายปกติ โดยจักรยานชนิดนี้จะมีพัดลมติดอยู่ด้านหน้าของเครื่อง ซึ่งการออกกำลังกายที่ถูกต้องคือต้องปั่นให้พัดลมนั้นหมุนอย่าง­­ต­่อเนื่องนั่นเอง ถือเป็นการออกกำลังกายที่ค่อนข้างจะบ้าบิ่น แต่ก็ได้ผลดีเยี่ยม โดยใน 1 นาทีที่ปั่นเจ้าจักรยานนี้ก็สามารถเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 87 แคลอรี ! อาจจะโหดแต่ได้ผลดีแบบนี้ต้องลองเลยล่ะ


5. กระโดดเชือก (Jumping Rope)

                               
                                ออกกำลังกาย 9 วิธีนี้เบิร์นแคลอรี่ได้มากกว่าวิ่ง


      การออกกำลังกายที่ง่ายและเบสิกที่สุด แค่มีเพียงเชือกสำหรับกระโดดเท่านั้น การกระโดดเชือก 100-200 ครั้งต่อนาทีสามารถเผาผลาญแคลอรีได้ 13 แคลอรีต่อนาที และการกระโดดเชือกนี้ก็ยังช่วยให้ร่างกายได้ออกกำลังกายเช่นเดี­­ยวกับการวิ่งจ๊อกกิ้งเลยล่­ะค่ะ


6. การปั่นจักรยานล้อใหญ่

                              ออกกำลังกาย 9 วิธีนี้เบิร์นแคลอรี่ได้มากกว่าวิ่ง


        ถ้าหากคุณไม่ชอบวิ่ง ก็เปลี่ยนมาขี่จักรยานดูสิ ยิ่งถ้าหากเป็นจักรยานแบบล้อใหญ่ ก็จะยิ่งทำให้คุณท้าทายมากขึ้น ทำให้คุณสามารถเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 25 แคลอรีต่อนาที แถมยังไม่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยไวอีกด้วย และยิ่งถ้าหากคุณปั่นจักรยานล้อใหญ่ในสภาพพื้นที่ที่ชันด้วยละก­็จะยิ่งทำให้คุณออกกำลังกายกล้ามเนื้อขาได้ดีเลยล่ะจะบอกให้


7. ซินดี้ (The Cindy Workout)

     การออกกำลังกายชนิดนี้ ชื่ออาจจะดูน่ารัก แต่รับรองว่าโหดไม่ใช่เล่นเลยล่ะค่ะสามารถเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 13 แคลอรีต่อนาทีโดยในการออกกำลังกายชนิดนี้ 1 เซตจะประกอบด้วย
     1. โหนบาร์ 5 ครั้ง
     2.วิดพื้น 5 ครั้ง
     3. ท่าสควอชกลางอากาศ 15 ครั้ง


8. กระโดดสควอชแบบทาบาตะ (Tabata Jump Squats)

                                 ออกกำลังกาย 9 วิธีนี้เบิร์นแคลอรี่ได้มากกว่าวิ่ง

        การออกกำลังกายด้วยท่ากระโดดสควอชแบบทาบาตะเพียง 4 นาทีสามารถเผาผลาญแคลอรีได้สูงเลยล่ะค่ะ โดยไม่ต้องทำติดต่อกัน แค่เพียงออกกำลังกายด้วยท่ากระโดดแบบทาบาตะ 20 วินาที และพัก 10 วินาที แบบนี้สลับกันไปจนครบหนึ่งนาทีก็เผาผลาญแคลอรีได้ถึง 13.4 แคลอรีต่อนาที แถมหลังจากออกกำลังกายก็ยังจะทำให้ระบบเผาผลาญร่างกายทำงานอย่างต่อเ­นื่องไปอีก 30 นาทีเลยล่ะ


9. การแกว่งเชือก (Battling Ropes)

                             ออกกำลังกาย 9 วิธีนี้เบิร์นแคลอรี่ได้มากกว่าวิ่ง

        อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่การแกว่งเชือกที่พูดถึงนี้คือการใช้เชือกขนาดใหญ่แกว่งเป็นจ­­­ังหวะ ซึ่งเชือกนั้นจะมีน้ำหนักที่หนักพอสมควร โดยการศึกษาล่าสุดจากวิทยาลัยในนิวเจอร์ซีย์เปิดเผยว่า การออกกำลังกายด้วยการแกว่งเชือกสามารถช่วยให้ร่างกายใช้ออกซิเ­­­จนได้มากขึ้น และช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 10.3 แคลอรีต่อนาที เลยล่ะค่ะ แถมยังช่วยสร้างเสริมกล้ามเนื้อแขนให้แข็งแรงอีกด้วย


     น่าลองใช่ไหมล่ะคะกับการออกกำลังกายทั้ง 9 ชนิดที่สามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่าการวิ่ง ใครที่ยังหาข้ออ้างไม่ยอมออกกำลังกายเพราะไม่ชอบวิ่งละก็ เลิกได้แล้วนะคะ ไปออกกำลังกายด้วยวิธีแบบนี้กันดีกว่า จะได้มีหุ่นสวย ๆ ไงล่ะ♥♥
 
                    
         


อาหารเพื่อสุขภาพ

วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับอาหารเพื่อสุขภาพของเรามี2เมนูค่ะอยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่าจะมีอะไรบ้างงั้นเราก็มาดูกันเลย

1.เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ของดีน่าปลื้ม ดาษดื่นด้วยคุณค่าทางอาหาร
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วอีกชนิดที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณประโยชน์ รู้จักกันให้ดีอีกนิดแล้วจะรักมากกว่าเดิม
         ถ้าว่ากันด้วยเรื่องของถั่วแล้ว ก็เป็นอาหารจำพวกโปรตีนอีกชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่น้อย แถมยังมีให้เลือกรับประทานอีกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นถั่วปากอ้า ถั่วลิสง อัลมอนด์ พิตาซิโอ และถั่วอีกชนิดหนึ่งที่มีรสชาติอร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของคนไม่น้อยก็ได้แก่ "เม็ดมะม่วงหิมพานต์" แม้ว่าชื่อจะดูไม่เหมือนจะเป็นถั่ว แต่ขอบอกเลยล่ะว่านี่เป็นถั่วอีกชนิดที่น่าสนใจและอยากให้ได้ลิ้มลองกัน เพราะนอกจากจะอร่อยแล้ว ก็ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง กินแล้วดีกับสุขภาพ เกริ่นกันมาขนาดนี้ ถ้าไม่พาไปทำความรู้จักกับเจ้าเม็ดถั่วรูปร่างเหมือนนวมนักมวยละก็คงไม่ได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นจัดไป !
                    
                       เม็ดมะม่วงหิมพานต์


       มะม่วงหิมพานต์ เป็นพืชพื้นเมืองของบราซิล มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบป่าฝนอะเมซอน พบครั้งแรกโดยนักสำรวจชาวโปรตุเกส ส่วนที่เรานำมาทานคือเนื้อในของเมล็ด โดยเมล็ดจะติดอยู่ที่ปลายผลซึ่งมีลักษณะคล้ายกับชมพู่ ซึ่งเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้นมีลักษณะเม็ดคล้ายกับนวมของนักมวย นิยมนำมารับประทานเปล่า ๆ หรือนำไปปรุงกับอาหารคาวหวานต่าง ๆ เนื่องจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์มีรสชาติหวานมันกว่าถั่วชนิดอื่น อีกทั้งคุณค่าทางโภชนาการก็ยังสูงอีกด้วย เหมาะสำหรับรับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพค่ะ

ประโยชน์ของเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ อร่อยรสเด็ด พ่วงด้วยคุณค่าเน้น ๆ

1. ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
2.เสริมสร้างสุขภาพหัวใจ
3.ช่วยให้กระดูกแข็งแรง
4.บำรุงสายตา
5.บำรุงสุขภาพผมและผิวหนัง


                                                และยังทำเป็นอาหารได้อีกด้วย

                                           
เม็ดมะม่วงหิมพานต์
                       

                                    น่ากินใช่ไหมละ อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะค่ะ



กินอะไรลดไขมันในเลือด 5 อาหารยอดคุณ เลือกให้ถูกจะรู้ว่าดีจริง

     ไขมันในเลือดสูง ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากอาหารการกิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ หลอดเลือดอุตตัน ที่ล้วนแต่เป็นอันตรายแทบทั้งนั้น ไม่อยากป่วยเพราะตามใจปากละก็ ลองมาลิ้มลองอาหารลดไขมันในเลือด เห็นแล้วรับประทานไม่ยาก แถมยังอร่อยกว่าที่คิดอีกด้วยล่ะ

1. ชา

                      กินอะไรลดไขมันในเลือด


    ชาทุกชนิดนั้นล้วนแต่มีประโยชน์ในการลดระดับไขมันในเส้นเลือด แต่ที่ถือว่ามีสรรพคุณเด็ดดวงสุด ๆ ก็อย่างเช่น ชาขาว ซึ่งมีสรรพคุณเป็นสารต้านอนุมูลอิสระต่อต้านมะเร็ง แถมยังช่วยลดระดับระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีในเลือดได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีชาดำที่เรานิยมดื่มก็สามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้มากขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นใครที่กังวลเรื่องระดับไขมันในเส้นเลือด ก็เปลี่ยนจากการเครื่องดื่มที่ดื่มเป็นประจำมาจิบชาร้อน ๆ ดีเหมือนกันนะ


2.ช็อกโกแลต
                        กินอะไรลดไขมันในเลือด

     ช็อกโกแลต ของโปรดของใครหลายคน ที่มากด้วยคุณประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระที่มาจากโกโก้ สามารถช่วยลดการก่อตัวของคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีในเลือดได้ โดยการศึกษาในปี 2007 ซึ่งตีพิมพ์ในเอกสารวิชาการ AJCN พบว่า เมื่อผู้ที่มีปัญหาไขมันในเส้นเลือดสูงรับประทานช็อกโกแลตติดต่อกัน 12 สัปดาห์ ก็พบว่ามีระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีเพิ่มขึ้นถึง 24% แต่ก็อย่าชะล่าใจรับประทานช็อกโกแลตที่ผสมนมล่ะ เลือกรับประทานดาร์กช็อกโกแลตดีกว่าค่ะ

3. ถั่ว

                      กินอะไรลดไขมันในเลือด


      ถั่ว เป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ซึ่งเจ้าไฟเบอร์ชนิดนี้มีประโยชน์ต่อการลดระดับไขมันในเส้นเลือด นอกจากนี้ก็ยังช่วยในการลดน้ำหนักได้ เพราะการรับประทานถั่วจะช่วยให้อิ่มท้องได้นานขึ้น แถมเจ้าถั่วนี้ยังมีหลากหลายชนิดให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเลนทิล เป็นต้น อยากรับประทานถั่วชนิดไหนก็เลือกได้ตามสะดวก


4.เสาวรส 

                        กินอะไรลดไขมันในเลือด

           เสาวรส เป็นผลไม้ที่นิยมบริโภคแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในบ้านเรากลับไม่ค่อยนิยมนำมากินสด ๆ เหมือนกับผลไม้ชนิดอื่นเท่าไรนัก ส่วนใหญ่จะนำผลเสาวรสมาคั้นเป็นน้ำ หรือไม่ก็นำไปเป็นส่วนประกอบในอาหารชนิดอื่น ๆ เช่น ไอศกรีมเสาวรส ขนมเค้ก คุกกี้ เป็นต้น จากการศึกษาพบว่าวิตามินซีในผลเสาวรส มีมากกว่าในผลมะนาวเสียอีก และยังพบอีกด้วยว่า สาร Albumin homologous protein ในเมล็ด สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ มีสรรพคุณช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ ลดไขมันในเส้นเลือด และโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้อีกด้วย 
           อย่างไรก็ตาม การทานผลสดของเสาวรสนั้น ยังมีข้อควรระวังอยู่ด้วย นั่นคือ ไม่ควรเคี้ยวให้เมล็ดสดแตก เพราะร่างกายจะได้รับผลข้างเคียงจากสารไซยาไนต์ในเมล็ด และอีกกรณีก็คือ ผู้ที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงควรดื่มพอประมาณ 

5.ผักปวยเล้ง
                        กินอะไรลดไขมันในเลือด


            ต้องขอบอกว่าผักชนิดนี้มีคุณค่าทางอาหารเยอะพอตัวเลยล่ะ โดยเฉพาะลูติน ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในอาหารจำพวกผักใบเขียวเข้มและไข่แดง โดยเจ้าสารนี้สามารถช่วยลดการเกิดการตาบอดจากภาวะเสื่อมตามวัย แถมถ้ารับประทานผักปวยเล้งเป็นประจำละก็ จะยิ่งช่วยลดการเกิดหัวใจวาย ด้วยการขจัดไขมันในหลอดเลือดอันเป็นสาเหตุของการอุดตันในเส้นเลือดหัวใจ ที่สำคัญเจ้าผักชนิดนี้ก็ยังนำมารับประทานได้ไม่ยากด้วย จะรับประทานสด ๆ คู่กับผักอื่น ๆ เป็นสลัด หรือจะนำไปปรุงให้สุกก็ได้ค่ะ



 จบแล้วบล็อกที่2เกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพเป็นไงกันบ้างค่ะถ้าทุกคนเห็นแล้วก็อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วยวิธีง่ายๆแบบนี้เองนะค่ะ บ่าย บาย เจอกันบล็อกที่3 ♥


























จุดมืดบนดวงอาทิตย์

                             จุดมืดบนดวงอาทิตย์

                                   


จุดมืดดวงอาทิตย์ หรือ จุดดับบนดวงอาทิตย์  คือ พื้นที่ส่วนหนึ่งบนชั้นโฟโตสเฟียร์ของดวงอาทิตย์ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่าบริเวณโดยรอบ และมีสนามแม่เหล็กที่มีปั่นป่วนสูงมาก ซึ่งได้ทำให้เกิดการขัดขวางกระบวนการพาความร้อนบนพื้นผิวดวงอาทิตย์ เกิดเป็นพื้นที่ที่มีความเข้มของแสงต่ำกว่าบริเวณโดยรอบ อย่างไรก็ตาม มันยังคงมีอุณหภูมิสูงถึง 4000-4500 เคลวิน เทียบกับบริเวณปกติโดยรอบที่มีอุณหภูมิประมาณ 5800 เคลวิน ถ้าเรานำจุดมืดออกมาจากดวงอาทิตย์มันจะสามารถเปล่งแสงสว่างได้มากกว่าแสงจากการเชื่อมเหล็ก เสียอีก จุดมืดยังเป็นสาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์อีกมาก เช่น บ่วงโคโรนา (Coronal loop) และ การเชื่อมกันของสนามแม่เหล็ก (Magnetic reconnection) นอกจากนี้การระเบิดใหญ่บนดวงอาทิตย์ (Solar flare) และ การพ่นมวลโคโรนา (Coronal Mass Ejection) ก็ยังเกิดขึ้นในบริเวณสนามแม่เหล็กรอบๆ จุดมืดอีกด้วย
                                                     
                  

การแปรผันของจุดมืด
         จำนวนของจุดมืดมีการเพิ่มขึ้นและลดลงอย่างเป็นคาบ มีช่วงเวลาหนึ่งรอบประมาณสิบเอ็ดปี นอกจากนี้ยังมีรอบใหญ่ที่มีระยะเวลากว่าอีกด้วย โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2443 ถึงทศวรรษที่ 2503 จะมีจำนวนจุดมืดโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น แต่ตั้งแต่ทศวรรษที่ 2503 เป็นต้นมาจุดมืดกลับมีแนวโน้มลดลง
         จำนวนของจุดมืดยังมีความสัมพันธ์กับการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ (Solar radiation) อีกด้วย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522 เป็นต้นมา ได้มีการส่งดาวเทียมวัดการแผ่รังสีจากดวงอาทิตย์ออกสู่อวกาศ และทำให้เราทราบว่า เมื่อจุดมืดมีจำนวนมากจะทำให้การแผ่รังสีของดวงอาทิตย์มีปริมาณลดลง อย่างไรก็ตาม บริเวณโดยรอบจุดมืดกลับมีความสว่างเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่า ในภาพรวมการที่ดวงอาทิตย์มีจุดมืดมากขึ้นจะทำให้ดวงอาทิตย์สว่างมากขึ้น แต่ความสว่างที่เพิ่มขึ้นนี้ก็น้อยมาก แค่ประมาณ 0.1% ของความสว่างตามปกติเท่านั้น
          ในระหว่าง ช่วงต่ำสุดมอนเดอร์ ในศตวรรษที่ 17 เป็นช่วงที่แทบจะไม่พบจุดมืดเลย ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงปีที่เรียกกันว่า "ยุคน้ำแข็งเล็กๆ" (Little Ice Age) ซึ่งอุณหภูมิทั่วโลกลดต่ำกว่าปกติ

การสังเกตจุดดำ
       การมองตรงไปที่ดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าเป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก และการใช้กล้องสองตา กล้องส่องทางไกล หรือกล้องโทรทรรศน์ส่องดูก็ยิ่งเป็นการเพิ่มความร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น นั่นคือเรตินาของดวงตาจะถูกทำลายลงอย่างถาวร การใช้แผ่นกระจกรมควันหรือฟิล์มกรองแสงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเช่นกัน เพราะถึงแม้ว่าจะสามารถลดทอนแสงจากดวงอาทิตย์ลงจนสามารถเห็นจุดมืดได้ก็จริง แต่วิธีนี้จะไม่ได้ลดทอนรังสีอัลตราไวโอเล็ต ซึ่งการรับรังสีนี้เข้าสู่ดวงตาโดยตรงจะมีผลทำให้เป็นต้อกระจกได้ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการสังเกตจุดมืดก็คือการฉายภาพของดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ลงบนฉากรับภาพสีขาว ซึ่งต้องกระทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

                                                 
                
               



             จบไปแล้ว1บล็อกรอดูบล็อกที่2กันนะว่าจะเป็นเรื่องอะไร บายยยย♥♥












วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การท่องเที่ยวกัมพูชา

                                             ซัวซได

                               

      สวัสดีทุกคนนะคะวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเทศเพื่อนบ้านของเรานะคะนั้นคือประเทศกัมพูชาซึ่งวันนี้เราจะพาทุกๆคนไปดูสถานที่่ท่องเที่ยวของประเทศกัมพูชากันนะค่ะอยากรู้กันแล้วก็ตามมาเลย 


                                     มาดูสถานที่ตามที่เราเรียงลำดับกันไว้เลยนะคะ 

1.นครวัด
นครวัด  เป็นศาสนสถานตั้งอยู่ในเมืองพระนครจังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา สร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยเป็นศาสนสถานประจำพระนครของพระองค์ ตัวเทวสถานได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันนับตั้งแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่เดิมนครวัดเป็นเทวสถานของศาสนาฮินดู ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระวิษณุ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นศาสนาพุทธ นครวัดเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมรสมัยคลาสสิกรุ่งเรือง และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา โดยปรากฏในธงชาติ และเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของประเทศ ตลอดจนได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ เมืองพระนคร                                                                                                                                                 


2.นครธม
    นครธม (Angkor Thom) เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ นครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า ปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่นๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิถัดไปทางเหนือประตูทางเข้านครธมด้านใต้จุดเด่นที่สุดคือทางเข้าด้านใต้ ที่มีลักษณะเป็นหน้า 4 หน้า ก่อนจะเข้าสู่บริเวณนี้ จะเป็นแถวของยักษ์ (อสูร) ทางด้านขวา และเทวดาทางด้านซ้าย เรียงรายแบกพญานาคอยู่สองข้างสะพาน เมื่อเข้าสู่ใจกลางนครธมจะพบสิ่งก่อสร้างต่างๆ บริเวณประตูด้านใต้นี้ได้รับการอนุรักษ์ฟื้นฟูไว้ได้ดีกว่าบริเวณอื่นๆ อีก 3 ด้าน

                                           




3.เขาพนมบาเค็ง
     เขาพนมบาเค็ง (phnom bakheng) เป็นเทวสถานที่สร้างตามลัทธิไศวนิกาย เมื่อราว พ.ศ. 1450 ตั้งอยู่บนเขาลูกเล็กที่มีความสูงประมาณ 70 เมตร มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า ปราสาทยโศธระปุระคือใช้ชื่อของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ต่อมาเรียกว่า พนมบาเค็งตามลักษณะของต้นบาเค็งที่มีอยู่มากในบริเวณภูเขานี้ เขาพนมบาเค็งหรือวนัมกันตาล เป็นภูเขาใจกลางเมืองยโสธรปุระซึ่งเปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ และเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ตัวปราสาทพนมบาเค็งจำลองลักษณะมาจากปราสาทบากอง มีสถาปัตยกรรมคล้ายกัน รูปทรงแบบปิรามิด ที่ตัวระเบียงแต่ละชั้นมีปราสาทเล็กๆ 4 มุม ภายในปรางค์ประธานมีศิวลึงค์ตั้งอยู่ตั้งแต่ พ.ศ.1450 ในปีที่เริ่มสร้างปราสาท ในขณะที่การก่อสร้างยังคงดำเนินต่อไปจาก พ.ศ. 1450-1471 นานถึง 21 ปี หลังจากนั้นอีก 40 ปีในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ได้มีการบูรณะซ่อมแซมปราสาทนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก พระพุทธรูปที่เห็นในปรางค์ประธานนั้น มีการอัญเชิญพระพุทธรูปขนาดใหญ่ขึ้นไปประดิษฐานบนแท่นหินทรายแทนศิวลึงค์เมื่อ พ.ศ. 2059 และจุดเด่นจุดหนึ่งที่น่าสนใจของเขาพนมบาเค็งนี้คือ เป็นจุดชมวิวที่สวยงามซึ่งสามารถเห็นปราสาทนครวัด และบรรยากาศยามเย็นที่มีพระอาทิตย์ตกเป็นภาพที่สวยงามที่นักท่องเที่ยวนิยมกันเป็นอย่างมาก
                                 




4.ปราสาทบันทายศรี
     ปราสาทบันทายศรี (Banteay Srei) เป็นปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชา มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์ และเป็นปราสาทแห่งเดียวที่สร้างเสร็จแล้วกว่า 1000 ปี แต่ลวดลายก็ยังมีความคมชัด เหมือนกับสร้างเสร็จใหม่ ๆ ปราสาทบันทายศรีหรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่า บันเตียไสร หมายถึง ปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี อยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้กับแม่น้ำเสียมเรียบในบริเวณที่เรียกว่า อิศวรปุระ หรือเมืองของพระอิศวร

                                           




 และนี้ก็เป็นเพียงส่วน1เท่านั้นนะคะสำหรับการท่องเที่ยวของประเทศกัมพูชาซึ่งส่วนมากนะคะจะเป็นปราสาทจะเป็นแหล่งที่สำคัญของประเทศกัมพูชาคะใครสนใจก็อย่าลืมไปเที่ยวกันได้นะคะ

                                                  แหล่งที่มา        
                                             
                            ข้อมูลท่องเที่ยว-กัมพูชา - World Heritage Vacation

             













  

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ตะลุยออนทัวโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์

     
   สวัสดีเราเจอกันอีกแล้วนะบล็อกที่4แล้วอยากรู้ไหมว่าบล็อกนี้เราจะพาไปไหนถ้าอยากรู้ก็มาดูกันเลย

      << บล็อกนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับโรงเรียนของเรานั้นเองคือโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์เป็นโรงเรียนไม่ค่อยใหญ่มากก็ประมาณปานกลางเราพึ่งมาอยู่ที่นี้ได้แค่2เดือนครึ่งเองเราเป็นเด็กใหม่อาจจะไม่ค่อยรู้จักที่ดีสักเท่าไหร่แต่เราก็มีความประทับใจมากมายกับโรงเรียนแห่งนี้อยากรู้ไหมว่าเรามีความประทับใจเรื่องอะไรงั้นมาดูเลยเราจะพาไปเที่ยวที่โรงเรียนของเราเองง ฟิ้ววว
วันนี้เราจะพาทุกคนไปตะลุยออนทัวที่โรงเรียนของเราว่าเป็นยังไงกันบ้างอยากรู้กันแล้วใช่ไหมละงั้นเริ่มทำความรู้จักกับโรงเรียนเราเลยยย
   โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์♥                      
-สีประจำโรงเรียน >> เขียว- เหลืองทอง
-อักษรย่อโรงเรียน >> ส.อ.
โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ ตั้งอยู่ที่ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม ใกล้กับสำนักงานเขตบึงกุ่ม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2537 โดยนำชื่อมาจาก "ดร.สุขุม นวพันธ์" ผู้อุปถัมภ์โรงเรียนมาตั้งเป็นชื่อ ปัจจุบันเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ แบบสหศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)กระทรวงศึกษาธิการ
ชื่ออังกฤษSukumnavapanUpathum School
อักษรย่อส.อ.
ประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัด สพฐ.
ก่อตั้งพ.ศ. 2540
เพลงมาร์ชสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์
เว็บไซต์


          โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์   ที่มาของภาพจากfacebookเพจ โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์


                                                   โรงเรียนน่าอยู่ของเรา

                                             
                                             
                                          ดอกราชพฤกษ์สวยมากจริงๆที่โรงเรียนเราก็มีนะ


อันนี้เค้าเรียกว่าตึก1มีทั้งหมด8ชั้นใหญ่ใช่ปะละ เป็นตึกชั้นเรียนที่ใหญ่ที่สุดของโรงเรียนเราแล้วว



                          นี่เลยสหกรณ์โรงเรียนเราของกินเยอะมากๆทั้งขนม นม น้ำ ของกินเด็ดๆก็จะมี ไข่ม้วน ซาลาเปา ขนมจีบ น้ำแข็งใส และที่ขาดไม่ได้เลยเราชอบมากๆคือ นนมปังเนยนม ขนมปังช็อกโกแลตและลูกชิ้นมีเยอะมากแต่พอม.ปลายพักเที่ยงเท่านั้นแหละแทบหมดเลยย แต่ก็ยังมีอาหารอีกมากมายที่รอเราอยู่ตลอกเวลาเลย อิอิ

                                     
                           
                              ♥ตรงนี้เลยย สถานที่ที่เรานั่งอยู่ทุกวันศาลา6เหลี่ยม ไม้หินอ่อนถ้าถามว่าทำำไมเราถึงชอบที่นี้นะหรอก็เพราะว่ามันอยู่ใกล้น้ำพุมั้ง5555 เย็นสบายมากๆ มีเพื่อนกลุ่มใหญ่นั่งเม้ามอยกันตามประสาเด็กม.ปลายบางวันก็เล่นวิ่งไล่จับเหมือนเด็กแต่ฮาดีนะ5555แปลกๆดี


                                       
                                   
                                   ที่นี้คือศาลาแดงคะเป็นที่คนอยู่เยอะมากๆเวลาว่างก็จะมาทำการบ้านทำงานที่นี้คะเวลาพักกลางวันนี่คนเต็มเลยเป็นที่ที่น่าอยู่มากๆคะอยู่ด้วยกันหลายๆคนเป็นที่คนส่วนใหญ่มานั่งกันคะใหญ่ใช่ไหมละ


     
                                          และนี่คือลานโดมหรือเรียกอีกอย่างว่าแป้นบาสคะเป็นที่เล่นกีฬา เช่น บาสเก็ตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ กระบี่กระบอง และก็จะมีปิงปองอยู่ข้างๆคะ ส่วนมากกีฬาที่นิยมเล่นกันมากที่สุดก็คือ บาส คะ เล่นกันทุกๆวัน



 
                                         
                                        นี่คือบริเวณหน้าเสาธงของโรงเรียนเราเองคะบริเวณตรงนี่ก็จะมีม.1ม.2ม.3 เข้าอยู่คะส่วนม.4 ม.5 ม.6 ก็จะอยู่ด้านหน้า ด้านข้าง เพราะที่น้อยไม่พอคะเด็กโรงเรียนเราเยอะ55555และพอตอนเย็นๆนักกีฬานักบอลโรงเรียนก็จะออกมาซ้อมกันที่นี่ค่ะเยอะมากๆ




                                               นี่คือชั้น3คะ จะมีห้องสมุดอยู่และห้องคอมพิวเตอร์อยู่คะ



                                                  ส่วนนี่คือชั้น4ค่ะเป็นห้องปฎิบัติการคะ
                               


                                            นี่คือชั้น5ค่ะเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยทั้งหมดเลยย


                                             
                                               ชั้น6ค่ะเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศทั้งชั้นเลยคะ


ขั้นที่7เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิศาสตร์ทั้งชั้นเหมือนกันคะ


มาถึงชั้นสุดท้ายกันแล้วชั้นที่8ค่ะเป็นกลุ่มสาระการเรียนวิทยาศาสตร์ค่าเยอะใช่ไหมละเดินทีขาลากเลย




                       



                                           




                                      และนี่คืิอสัญลักษณ์ของโรงเรียนเราเองค่ะ สุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์                                      


         ♥  ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาแวะชมโรงเรียนของเรากันนะค่ะและนี่แหละค่ะโรงเรียนน่าอยู่ของเราเองบรรยากาศสบายๆไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้านะค่ะ บ๊ายย บาย



                                                   





































































































































































































วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558

               สวัสดีทุกคนนี่เป็นบล็อกที่2แล้วอยากรู้ไหมว่าครั้งนี้ทำอะไรไปดูกันเลยย

บล็อกนี่นะคะก็จะเป็นเกี่ยวกับอาหารอยากรู้ไหมเอ่ยว่าวันนี้พลอยทำอาหารอะไรถ้าอยากรู้ก็มาดูกันเลย

                                                      เมนูวันนี้คือ :ข้าวคลุกกะปิ 

                                        1.อันดับแรกเราก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ในการทำอาหาร


                             
                           
                                                         อุปกรณ์การทำอยู่ในรูปหมดเลย

                                                    2.ล้างผักให้สะอาดก่อนทำอาหาร


                                                      3.เริ่มหั่นผักและหมู                  

 
                                                         

                                               
                                                     มาดูหน้าตาหลังจากหั่นเสร็จกันเถอะ
                     
                                                           
                       

                                                      4.ตีไข่เจียวให้เข้ากัน
                                                     
                                                         

                                                 
                                             5.ตั้งกระให้ร้อนแล้วใส่น้ำมันพืช เจียวไข่ให้บางๆ

                                     
                                       

                                         6.ทอดหมูหวานมาดูรูปตอนทำกันเถอะว่าเป็นยังไง

                                                       

                                                  เสร็จแล้วหน้าตาออกมาเป็นแบบนี้

                                           

                                                   
 

                                              7.นำกะปิลงกะทะแล้วทำให้ละเอียด


                                                   
                                   
                                                  8.ใส่ข้าวลงไปผัดแล้วปรุงเครื่อง

                                             

                                            9.ตักข้าวใส่จานแล้วตกแต่งจานให้สวยงาม

                                             


                                                     

                                                                  สวยใช่ไหมละ


                                                             


  เห็นกันแล้วใช่ไหมว่ามันไม่ได้ยากที่คิดเลยทำไปด้วยร้องเพลงไปด้วยมีความสุขมากๆเลย    ถ้าใครสนใจก็ลองทำดูราคาก็ไม่แพงมากดวยทำกินกับครอบครัวอิ่มทั้วงวันเลยขอลคุณทุกคนที่ เข้ามาอ่านนะคะอ่านแล้วอย่าลืมไปทำกันด้วยน้าาบล็อกนี้ก็จบไว้แค่นี้เจอกันบล็อกต้อไปนะคะ บ๊าย บายย ♥